Interview Designer : เจื้อย จุฑาพัชร์ นิเวศรัตน์

  • Intelligence
31 ส.ค. 2019, 15:52

หญิงสาวผู้นี้เติบโตมาในครอบครัวศิลปินที่แวดล้อมด้วยงานศิลปะมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ทำให้เธอมุ่งมั่นเข้าไปเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปะอันดับต้นของประเทศ และเมื่อเรียนจบได้กลายเป็นนักออกแบบเครื่องประดับรุ่นใหม่ที่หยิบยกคุณค่าความเป็นไทยมาต่อยอดจนกลายเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง

เจื้อย จุฑาพัชร์ นิเวศรัตน์

“ตอนเด็กๆ ด้วยความที่ตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงก็ทำเครื่องประดับแบบของเล่นใส่เอง เลยมีความรู้สึกว่าอยากจะเรียนรู้การทำเครื่องประดับว่าเขาทำกันอย่างไร มีอยู่ครั้งหนึ่งเดินผ่านร้านเครื่องประดับแล้วเกิดจุดประกายขึ้นมาในความคิดของเราเลย ตอนนั้นเห็นแหวนวงนึง ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าแหวนเงินวงนั้นมันเป็นโลหะแล้วเป็นสีขาวได้อย่างไรนะ อีกทั้งทั้งวงไม่มีรอยต่อเลยด้วย เลยเริ่มสนใจทางด้านนี้ อีกเหตุผลหนึ่งคือคุณพ่อคุณแม่ก็แอบมีอิทธิพลกับเจื้อยด้วยค่ะ เจื้อยเกิดและเติบโตมาในแวดวงศิลปะ เพราะคุณแม่เป็นจิตรกร วาดภาพกับทำงานปั้น ส่วนคุณพ่อเป็นสถาปนิก ทำให้ค่อนข้างชอบงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก จริงๆ ชอบศิลปะหลายแขนง แต่สนใจทางด้านเครื่องประดับมากกว่า พอโตมาเลยไปสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนที่คณะมัณฑนศิลป์ เอกเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เรียนจบทางด้านนี้โดยตรงเลยค่ะ

…ถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับเครื่องประดับจะชอบทุกอย่างเลย และค่อนข้างชอบหลากหลาย โดยเฉพาะชอบเครื่องประดับที่มีดีไซน์แปลกใหม่ หรือเครื่องประดับที่เป็นศิลปะไทยแบบประยุกต์ ไม่ใช่ไทยเดิมมาก และไม่ใช่แบบของที่โชว์ในมิวเซียมซึ่งบางครั้งเอามาใส่ในชีวิตจริงไม่ได้ เครื่องประดับชิ้นแรกที่ออกแบบเองตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 แล้วได้แรงบันดาลใจมาจากครอบครัว เพราะตัวเองเป็นคนผูกพันกับครอบครัวค่อนข้างมาก อีกทั้งช่วงนั้นยังออกแนวเพ้อฝันอยู่ก็คิดว่าเครื่องประดับเขาก็คงอยากมีครอบครัวเหมือนกันมั้ง เลยออกแบบเป็นเข็มกลัดแฟมิลี่ คือเป็นครอบครัวเข็มกลัด มีพ่อแม่ลูก ตอนนั้นยังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง ก็จะดีไซน์ค่อนข้างหลุดไปเรื่อย มีทั้งแนวหวานๆ แนวโมเดิร์น ตอนที่มาเกิดการจุดประกายให้หันมาสนใจศิลปะไทยแบบประยุกต์ คือตอนเรียนอยู่ปี 2 แล้วมหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ติดกับวัดพระแก้ว ทำให้เห็นวัดพระแก้วทุกวัน และชอบเข้าไปดูมาก ดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าศิลปะของวัดพระแก้วสวยจริงๆ แต่เราไม่สามารถนำความสวยนั้นกลับมาอยู่กับเราได้ จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากทำงานศิลปะไทยในรูปแบบที่พกพาไปได้ ซึ่งสิ่งนั้นก็ไม่พ้นเป็นเครื่องประดับ จากจุดนั้นจึงเริ่มทำงานเป็นศิลปะไทยประยุกต์มาโดยตลอดจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ”

ผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดของเธอที่สร้างสรรค์ให้กับโครงการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเชิงลึกสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืนของสถาบันอัญมณีแห่งชาติ ซึ่งนำเสนอเครื่องประดับของจังหวัดเชียงใหม่รูปโฉมใหม่นั้น ยังคงกลิ่นอายเดิมของตัวเธอเองคือเป็นศิลปะไทยประยุกต์อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาสนาพุทธ ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ นำมาผสมผสานรวมกันจนเกิดเป็นเครื่องประดับชิ้นเอกอันงดงามร่วมสมัยในชื่อคอลเลคชั่นว่า “หิรัญล้านนา”

ผลงานคอลเลคชั่นล่าสุดของเธอที่สร้างสรรค์ให้กับโครงการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเชิงลึกสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืนของสถาบันอัญมณีแห่งชาติ ซึ่งนำเสนอเครื่องประดับของจังหวัดเชียงใหม่รูปโฉมใหม่นั้น ยังคงกลิ่นอายเดิมของตัวเธอเองคือเป็นศิลปะไทยประยุกต์อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาสนาพุทธ ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ นำมาผสมผสานรวมกันจนเกิดเป็นเครื่องประดับชิ้นเอกอันงดงามร่วมสมัยในชื่อคอลเลคชั่นว่า “หิรัญล้านนา”

“หิรัญ แปลว่า เครื่องเงินเครื่องทอง หรือของมีค่า ล้านนาหมายถึงเมืองเชียงใหม่ หิรัญล้านนา แปลโดยรวมคือเมืองแห่งเครื่องเงินและเครื่องทอง โดยในคอลเลคชั่นนี้จะประกอบไปด้วยสร้อยคอเส้นใหญ่ใช้เทคนิคดุนลาย ชุบทอง 14 เค ผสมแบลครูทีเนียม ตัวเรือนทั้งหมดใช้เงินแท้ในการทำ นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยกำไรข้อมือ ต่างหู กรรเจียก และปิ่นปักผม ซึ่งปิ่นปักผมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเพราะเป็นสัญญลักษณ์ของสาวเชียงใหม่ที่จะต้องปักปิ่นที่ผมกันค่ะ

…การที่เจื้อยออกแบบสร้อยคอเส้นใหญ่เป็นลวดลายหม้อดอกบูรณฆฏะ เพราะตอนนั้นไปเที่ยววัดที่เชียงใหม่แล้วเห็นลายนี้ตามหน้าบันและผนังของโบสถ์ ทำให้สงสัยว่าทำไมมีลายดอกนี้เกือบทุกวัดเลย ซึ่งผู้รู้ได้บอกกกับเราว่า เรียกว่าลายหม้อดอกบูรณฆฏะ นั่นเพิ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำๆ นี้ หม้อดอกบูรณฆฏะเป็นเอกลักษณ์ของล้านนา คือมีลักษณะเป็นหม้อแจกันที่ใส่ดอกบัวที่เบ่งบานออกมาเต็มล้นออกมานอกหม้อแจกัน บางวัดก็จะวาดออกมาเต็มผนังโบสถ์เลยค่ะ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะสร้างกันความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมือง บ้านเมืองไหนที่บูชาดอกไม้ให้กับพระพุทธเจ้าก็จะสร้างความสมบูรณ์ให้กับผู้บูชาและบ้านเมืองนั้นๆ ด้วย ในรายละเอียดของชิ้นงานที่เจื้อยออกแบบจะมีเรื่องราวแฝงอยู่ทุกจุดเลยค่ะ

…ในฐานะที่เราเป็นนักออกแบบก็จะเป็นนักค้นคว้าไปในตัวด้วย เพราะการจะออกแบบอะไรสักหนึ่งอย่างต้องเจาะลึกถึงที่มาของแนวความคิด อย่างเราสงสัยว่าศิลปะเชียงใหม่หรือศิลปะล้านนาได้รับอิทธิพลมาจากไหนกันแน่ พอมาศึกษาลึกๆ แล้วเลยทราบว่าเชียงใหม่ในอดีตเคยเป็นเมืองขึ้นของพม่ามาไม่ต่ำกว่า 200 ปีซึ่งทำให้ได้รับอิทธิพลจากพม่าค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นการสร้างโบสถ์วิหาร ลายผ้าทอ พระพุทธรูป ภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรืออะไรอีกหลายๆ อย่างก็ตาม ส่วนพม่าก็ได้อิทธิพลจากจีน เพราะพม่าเคยเป็นเมืองขึ้นของจีนมาก่อน บางส่วนก็มาจากลาว ทำให้ศิลปะล้านนานั้นได้รับอิทธิพลมาจากทั้งพม่า จีน ลาว และชาวเผ่าต่างๆ ซึ่งผสมผสานค่อนข้างหลากหลาย เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากค่ะ ซึ่งเจื้อยไม่ได้สนใจลักษณะงานดั้งเดิมของแต่ละถิ่นแต่เพียงแค่ภายนอก แต่จะสนใจจิตวิญญาณของผู้ที่ทำงานศิลปะชิ้นนั้นๆ มากกว่าด้วย เครื่องประดับหนึ่งชิ้นตอนทำเขาต้องการสื่อถึงอะไร ฝีเคาะแต่ละจุดบ่งบอกถึงอะไร ซึ่งถือว่าเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งเหมือนกัน เจื้อยก็จะบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้ เป็นการหาข้อมูลเชิงลึกให้มากที่สุดก่อนจะนำมาตีความและออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ค่ะ

…คอลเลคชั่นหิรัญล้านนานี้เป็นการนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของงานเทคนิคดุนลายของเมืองเชียงใหม่เป็นหลักค่ะ ถ้าใครเคยไปเดินแถววัวลายสิ่งที่เห็นเด่นชัดมากคือขันซึ่งใช้เทคนิคดุนลายเป็นลายนักษัตร และลายอื่นๆ ด้วย ซึ่งของเขาก็สวยงามดีนะคะ แต่ของเราจะเป็นการผสมผสานระหว่างลายไทยกับลายเรขาคณิตซึ่งสื่อถึงความโมเดิร์น ตัวรูปทรงหลักจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสเนื่องจากเมืองเชียงใหม่การก่อร่างสร้างเมืองขึ้นมาจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เจื้อยก็เลยทำรูปลายสี่เหลี่ยมผสมกับลายดอกไม้ในชิ้นงานครั้งนี้ทั้งหมดเลยค่ะ

…สุดท้ายเจื้อยอยากบอกว่าเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าอิจฉามากๆ ค่ะ เพราะมีงานหัตถกรรมหลายแขนงที่ยอดเยี่ยมอยู่ในมือ การอนุรักษ์ของเขาทำได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่อาจจะขาดการต่อยอด การต่อยอดก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของงานศิลปะโบราณกับศิลปะปัจจุบัน ถ้าเราไม่ต่อยอดเลยก็อาจจะทำให้งานศิลปะแขนงนั้นสูญหายไปได้ เพราะบางครั้งคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ใส่งานโบราณ ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องต่อยอดในการออกแบบงานให้ใช้ในชีวิตปัจจุบันได้ด้วย และที่สำคัญการต่อยอดยังไม่พอ แต่จำเป็นจะต้องสร้างความแตกต่างในการออกแบบด้วยค่ะ”

Sharing is caring!

OTHER INTELLIGENCES

shares