Interview : Jitti Tangsithpakdi - President of the Thai Gold Traders Association

  • Intelligence
31 ส.ค. 2019, 14:43

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ชื่อนี้อยู่คู่กับวงการทองคำของประเทศไทยมายาวนานกว่าหกทศวรรษแล้ว ว่ากันว่าเขาคือมนุษย์ทองคำตัวจริง เมื่ออายุ 14 ปี เขาได้เข้าทำงานตำแหน่งเล็ก ๆ ในร้านค้าทองคำย่านเยาวราชของพี่ชาย จนกระทั่งปัจจุบันขึ้นมาสู่จุดสูงสุดในตำแหน่งนายกสมาคมค้าทองคำ และเจ้าของกิจการห้างทองจินฮั้วเฮง กว่าจะเดินทางมาสู่ความสำเร็จเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องทองคำชนิดหาตัวจับยากอันดับต้น ๆ เช่นนี้ได้ ชีวิตเขาผ่านเรื่องราวร้อนหนาวมาไม่น้อยเหมือนกัน

Jitti Tangsithpakdi – President of the Thai Gold Traders Association

“จริง ๆ แล้วผมเกิดที่เมืองไทย พ่อแม่พี่น้องอยู่เมืองไทยหมด แต่พ่อส่งผมไปเรียนที่เมืองจีนเพื่อเรียนภาษาจีน แล้วพอเป็นคอมมิวนิสต์ทำให้ผมออกจากเมืองจีนไม่ได้ ผมขอตั้ง 3 ปีถึงได้รับการอนุญาตให้ออกมาได้ ทำให้พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด พอกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 14 ปีก็มาทำงานร้านทอง เพราะพี่น้องของผมเขาเปิดร้านทอง โดยเริ่มทำงานทั่ว ๆ ไปก่อน ต่อมาก็ทำเกี่ยวกับช่าง อาทิ หลอมทอง ขายทองหน้าร้าน เป็นแคชเชียร์ เป็นผู้จัดการ เรียกว่าทำทุกขั้นตอนผ่านมาหมด ถ้าพูดถึงรุ่นปัจจุบันในวงการทองผมก็คงอาวุโสที่สุดแล้วมั้งครับ

…จนกระทั่งอายุ 38 ปีผมได้เข้าหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจค้าขายทองชื่อห้างทองจินฮั้วเฮง อยู่ตรงข้ามโรงหนังศรีราชวงศ์ รับสกัดทอง ซื้อทองเก่า และขายทอง หลังจากนั้นสองปีต่อมาก็ได้ขยายสาขาห้างทองจินฮั้วเฮงและมาถือหุ้นคนเดียว เมื่อก่อนมี 3สาขาด้วยกัน คือที่เยาวราช 2แห่ง (เพิ่งถูกเวนคืนที่ดินไปสร้างสถานีรถไฟฟ้า 1 แห่ง) และที่เจริญกรุงอีก 1 แห่ง ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่สองแห่ง กำลังมองหาทำเลเพื่อเปิดใหม่ทดแทนสาขาที่ถูกเวนคืน ซึ่งหายากมาก ยังหาไม่ได้เลย ยิ่งถ้าหาทำเลแบบเดิมซึ่งเป็นที่ที่ดีที่สุดในเยาวราช ยิ่งหาไม่ได้แล้ว”

…การค้าขายทองคำปัจจุบันจะแตกต่างจากสมัยก่อน สมัยก่อนร้านทองเปิดโล่งไม่ติดแอร์ ขี้ฝุ่นก็จะชอบเกาะทองทำให้ต้องชุบบ่อย ๆ ปัจจุบันพัฒนามาติดแอร์ก็จะดีขึ้น และสมัยก่อนขายทองรูปพรรณเป็นหลัก เพราะคนยังใส่เครื่องประดับทองกันอยู่ สมัยเมื่อหลายสิบปีก่อนเยาวราชคึกคักมาก โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน ขายดีมาก คนมาซื้อทองกันเยอะ เพราะส่วนใหญ่เพิ่งได้รับอั่งเปารับโบนัสกันมา และราคาทองสมัยนั้นราคาถูกบาทละ 400 บาทเอง พอมีเงินเขาก็จะมาซื้อทองไปใส่และเป็นการเก็บออมอีกรูปแบบหนึ่งด้วย ช่วงเทศกาลตรุษจีนร้านทองในเยาวราชนี่เปิดกันถึงเที่ยงคืนเลย มีการแสดงงิ้วให้ดูด้วย แต่ปัจจุบันแตกต่างจากเดิม ตรุษจีนก็จะธรรมดาไม่คึกคัก กลางคืนไม่ได้เปิดดึก ๆ แบบเดิมแล้ว อาจจะเป็นเพราะราคาทองแพงขึ้นด้วย กับคนไม่ค่อยนิยมใส่ทองกันเท่าไหร่แล้ว

…เดี๋ยวนี้หลายคนเปลี่ยนมาซื้อเป็นทองแท่ง เพราะเวลาเอามาขายคืนจะไม่เสียค่ากำเหน็จ สมัยก่อนทองแท่งคนไม่นิยม มีขายก็ไม่ค่อยสวย เดี๋ยวนี้ทองแท่งทำออกมาสวย เลยขายดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าราคาทองเคลื่อนไหวคนก็จะมาซื้อขายกันเยอะ แต่ถ้าราคาไม่เคลื่อนไหวก็จะเงียบ ๆ นอกจากเทศกาลอย่างปีใหม่ สงกรานต์ ตรุษจีน ช่วงนั้นขายดีคนไม่ได้สนใจเรื่องราคากันสักเท่าไหร่ ก็จะมาซื้อทองไปเป็นเครื่องประดับ หรือไปเป็นของขวัญของกำนัล หรือใช้เป็นสินสอดทองหมั้นในการแต่งงาน มีบางช่วงที่ขายดี ผลิตกันไม่ทันเลย เวลามาซื้อเลยต้องใช้วิธีเขียนใส่กระดาษให้แทน แล้ววันหลังค่อยมารับทอง แต่เดี๋ยวนี้โอกาสอย่างนั้นจะน้อยแล้ว เมื่อปี 54 ทองขึ้นมาสูงสุด ทองบาทละ 27,000 บาท ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสขึ้นสูงแบบนั้นอีกหรือไม่”

แม้ปัจจุบันวงการทองคำจะไม่คึกคักเหมือนเช่นในอดีต แต่ก็ยังมีผู้คนให้ความสนใจทองคำกันไม่น้อยเหมือนกัน ฉะนั้นหากจะเลือกซื้อทองให้ได้คุณภาพดีควรสังเกตอย่างไร คุณจิตติมีคำตอบ

“คนมักจะพูดกันว่าถ้าจะซื้อทองต้องมาซื้อที่เยาวราช เพราะที่นี่เป็นร้านใหญ่และผลิตทองเอง ซึ่งสามารถการันตีเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี อย่างถ้าวันนี้ราคาทองที่สมาคมทองคำตั้งไว้เท่าไหร่ ทุกร้านแถวนี้ก็ซื้อขายตามนั้น เอากลับมาขายคืนก็ให้ราคาเต็ม ส่วนร้านอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่บริเวณนี้ ถ้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ก็จะควบคุมคุณภาพได้ แต่บางร้านที่ไม่ใช่ บางทีอาจจะสังเกตเห็นได้ว่าราคาถูกกว่าเยาวราชร้อยสองร้อย อันที่จริงกฎหมายก็ยืดหยุ่นให้ราคาทองของทุกร้านสูงต่ำได้แต่ไม่ควรเกินห้าเปอร์เซ็นต์จากราคาที่สมาคมฯ ตั้งไว้ในแต่ละวัน ซึ่งทองไม่ได้การันตี แน่นอนราคามักถูกกว่าราคากลาง แต่อย่างร้านที่เปิดมานาน ๆ ก็เชื่อถือได้เหมือนกัน เพราะก็มีกฎหมายดูแลอยู่ บางคนไม่อยากนั่งรถมาไกลถึงเยาวราช เสียค่ารถอีก แต่ถ้าซื้อเยอะๆ มาซื้อเยาวราชก็จะแน่นอน”

หลายคนสงสัยกันมานานแล้วว่าทำไมมาตรฐานทองรูปพรรณของไทยความบริสุทธิ์จึงอยู่ที่ 96.5 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ความบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ คุณจิตติได้ไขความกระจ่างไว้ดังนี้

“ประเทศเราต้องนำเข้าทองจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตสินค้าต่าง ๆ ทองที่เราซื้อมาจากต่างประเทศความบริสุทธิ์ของทองจะอยู่ที่ 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่มาตรฐานเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของทองไทยทั่วประเทศอยู่ที่ 96.5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าถามว่าทำไมต้อง 96.5 เปอร์เซ็นต์ คำตอบคือ เปอร์เซ็นต์ทองยิ่งสูงเนื้อทองจะยิ่งนิ่ม แต่ถ้าทองคำบริสุทธิ์ 96.5 เปอร์เซ็นต์ ความแข็งจะกำลังพอดีเหมาะกับการนำมาทำทองรูปพรรณหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เมื่อนำมาผลิตเป็นทองรูปพรรณมันจะได้รูป ไม่เสียทรง ใส่ไปนาน ๆ ก็ไม่ยืด และที่เขาพูดว่าทองตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เพราะทองของเรายิ่งไปเผาไฟยิ่งสีสุก ไม่ดำเหมือนทองของต่างประเทศ

…เรื่องมาตรฐานความบริสุทธิ์ของทองคำที่ 96.5 เปอร์เซ็นต์นั้น คนไทยเราศึกษามานานเป็นร้อย ๆ ปีมาแล้ว ทองเราถึงสามารถทำได้หลายรูปแบบ มีเป็นพัน ๆ แบบให้เลือกเลย เส้นเล็ก ๆ ก็ทำได้ ต่างจากของต่างประเทศที่มีแบบน้อยและมีแต่เส้นใหญ่ๆ พวกเราจึงอยากให้หน่วยงานรัฐช่วยประชาสัมพันธ์สู่คนทั่วโลกอย่างกว้างขวางว่า ทำไมทองไทยความบริสุทธิ์มาตรฐานถึงต้อง 96.5 เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วเปอร์เซ็นต์ทองของเราแบบนี้ดีที่สุด ดีกว่าทองเคของบางที่ ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา เพราะร้านทองเขาประกันราคารับซื้อคืนตามราคาที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน ประเทศในอาเซียนจะนิยมทองของไทย เขาก็จะมาซื้อกัน เพราะเรื่องรูปแบบที่สวยงามมีให้เลือกเยอะ ค่าแรงไม่แพง” 

ยุคแรกๆ การค้าขายทองคำจะเป็นในลักษณะต่างคนต่างขาย ทำให้เกิดปัญหาในหลายด้าน จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2526 ทางกลุ่มชมรมผู้ค้าทอง 11 ห้างได้ร่วมกันจัดตั้งสมาคมค้าทองคำขึ้นมาอย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขให้เกิดมาตรฐานเดียวกันในทุกเรื่อง โดยในระยะแรกสมาชิกประกอบด้วยร้านทองในย่านเยาวราช ต่อมามีผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำทั่วประเทศได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำด้วย ซึ่งปัจจุบันมีนายจิตติ ตั้งสิทธิภักดีเป็นนายกสมาคมค้าทองคำ

“ในอดีตต่างคนต่างทำต่างขายส่งผลให้มีความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจค้าทองคำมีการแข่งขันในตลาดสูง จนในที่สุดสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น ทางผู้ประกอบการร้านค้าทองจึงมาประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไข และต่อมาจึงตั้งสมาคมค้าทองคำขึ้นมา หน้าที่ของสมาคมฯ เหมือนเป็นการจัดระเบียบในวงการการค้าทองคำ เช่น การกำหนดราคาทองในประเทศ สำหรับในประเทศราคาทองจะถูกประกาศครั้งแรกในเวลา 09.30-09.50 น.ของแต่ละวันเป็นหลักก่อน ถ้าราคาทองคำตลาดโลกมีความผันผวนก็จะมีการประกาศใหม่ มีบางวันราคาหน้าร้านมีการเปลี่ยนแปลง 4-5 ครั้งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อทองคำในราคาที่สะท้อนความเป็นจริงจากตลาดโลก ทำเรื่องมาตรฐานความบริสุทธิ์ของเปอร์เซ็นต์ทองให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศคือ 96.5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งสนับสนุน อำนวยความสะดวก และช่วยเหลือสมาชิกรวมถึงผู้บริโภคในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง

ต่าง ๆ ส่งเสริมเรื่องคุณภาพของทองคำของสมาชิกและร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมคุณภาพทองคำให้อยู่ในมาตรฐานที่ดี การจัดการปัญหาทองปลอม ประนีประนอมประสานสามัคคีให้สมาชิกเป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีด้านอื่น ๆ อีกหลายด้านด้วยครับ”

ในฐานะผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการทองคำมาอย่างยาวนาน คุณจิตติมีความคิดว่าการที่จะทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จได้ต้องพัฒนาตนเองและสินค้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่

“ปัจจุบันแม้เราจะประสบความสำเร็จแล้ว แต่เราก็ไม่หยุดพัฒนา ทั้งการการพัฒนาส่วนสินค้าใหม่ เช่น โกลด์ออนไลน์ โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส ซึ่งจะทำให้คนรุ่นใหม่สามารถลงทุนโดยผ่านทางเครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ได้ เป็นการพัฒนาเพื่อจะเข้าถึงลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง และเป็นการช่วยสนับสนุนให้นักลงทุนหันมาเก็งกำไรในประเทศกันมากขึ้นด้วย

…นอกจากนั้น ผมยังพัฒนาเรื่องรูปแบบทองคำแท่งและทองรูปพรรณขึ้นมาใหม่ๆ ด้วย ให้มีดีไซน์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น อย่างการ์ดคล้าย ๆ กับบัตรประชาชนสำหรับให้ของขวัญเด็กแรกเกิด เป็นต้น ซึ่งในการ์ดจะระบุชื่อวันเดือนปีเกิดไว้ให้ครบหมด สามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ และทำทองเป็นบัตรของขวัญของกำนัลรูปแบบที่ทันสมัยขึ้นในราคาไม่แพงแค่พันกว่าบาทเอง คนรุ่นใหม่เห็นก็จะชอบ เราพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ปีหน้าก็จะเปิดโรงงานใหม่ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อผลิตทองส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นการใช้เครื่องจักรผลิตทั้งหมด เพราะเวลานี้ช่างทองหายากมาก หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมทองคำคือช่างทองเพราะมีบทบาทต่อการสร้างสรรค์ การผลิต และมาตรฐานสินค้า มีบ้างที่เราต้องเอาช่างเทคนิคมาพัฒนาฝีมือแทน ซึ่งเรื่องช่างทองก็อยากให้รัฐบาลช่วยด้วย ผมเคยเสนอไปแล้ว เราต้องสนับสนุนช่างทองเพื่อที่จะส่งเสริมในเรื่องการผลิตทองออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ธุรกิจทองของประเทศเราเติบโตก้าวหน้าต่อไป เป็นการนำรายได้เข้าประเทศอีกหนึ่งทาง”

คุณจิตติสรุปปิดท้ายการธุรกิจทองคำให้ประสบความสำเร็จ นอกจากเรื่องที่กล่าวมาแล้วยังมีเรื่องของคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์

“สำหรับวงการทองความซื่อสัตย์ถือเป็นเรื่องสำคัญซึ่งถ้าเขาไม่เชื่อถือ ถ้าเราไม่มีความซื่อสัตย์ก็ทำไม่สำเร็จ ค้าขายไม่ได้ เราไม่ได้ขายเฉพาะที่เมืองไทย ขายต่างประเทศด้วย ยิ่งการซื้อขายทองใช้เพียงแค่คำพูดไม่มีสัญญา ฉะนั้น ความซื่อสัตย์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างร้านเราจะมีคำขวัญการันตีเลยว่า “เต็มเปอร์เซ็นต์เวลาซื้อ เต็มราคาเวลาขาย”

Sharing is caring!

OTHER INTELLIGENCES

shares